Line ID: @rem45

8 ปัจจัย ทำไมปี 2018 หาบ้านเดี่ยวในตัวเมืองกรุงเทพฯ ได้ยากกว่าเดิม

29/12/2017

ปัจจัยที่ 1 ที่ดินในย่านใจกลางเมืองราคาสูงขึ้นทุกปี

ปัจจัยนี้เกิดขึ้นแบบ "อัตราเร่ง" กันเลยทีเดียว ใครจะไปคิดว่าที่ดินในตัวเมืองกรุงเทพฯ ราคาจะถีบตัวสูงขึ้นทุกปี แถมยังขึ้นเร็วอีกด้วย ที่ดินบางที่ซื้อขายกันตารางวาละกว่า 1-2 ล้านบาท หรืออาจจะสูงกว่านั้น ด้วยเหตุนี้ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า หรือปี 2018 ที่ดินใจกลางเมืองจะมีราคาพุ่งแรงแซงทุกสิ่ง ทำให้นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หรือ Developer ไม่อยากจะสร้างบ้านเดี่ยว เพราะราคาขายต่อหน่วยจะแพงจนไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน ทำนายได้เลยว่าอีกไม่กี่ปี "บ้านเดี่ยว" ใจกลางเมืองจะหายากยิ่งกว่าน้ำในทะเลทรายเสียอีก!


ปัจจัยที่ 2 คอนโดมิเนียมยังไม่ตอบโจทย์สำหรับบางครอบครัว

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าคอนโดมิเนียมมันตอบโจทย์เรื่องไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ แต่สิ่งที่คอนโดมิเนียมไม่ตอบโจทย์เอามากๆ ก็คือ "พื้นที่ใช้สอย"
สำหรับคนที่ต้องการพื้นที่เยอะๆ คอนโดมิเนียมจึงไม่ตอบโจทย์ ถ้าอยากได้คอนโดที่มีพื้นที่กว้างขวาง บางครั้งก็จะเกินงบประมาณที่ได้ตั้งเอาไว้ ถ้าอนาคตที่ดินราคาแพงขึ้น ราคาต่อตารางเมตรของคอนโดใจกลางเมืองจะขยับปรับตัวสูงขึ้นไปอีกมากมาย แถมพื้นที่ใช้สอยยังไม่มากเพียงพอสำหรับครอบครัวที่มีขนาดใหญ่ ถ้าคุณเดินทางมาจากอนาคตอีกไม่กี่ปีต่อจากนี้ คงอยากจะบอกตัวเองว่าหาซื้อบ้านเดี่ยวเถอะ! เอาที่ใกล้เมือง ราคาในงบประมาณ แต่ตอบโจทย์เรื่องพื้นที่ใช้สอยจะดีกว่า แนวโน้มบ้านเดี่ยวใจกลางเมืองจะหาได้ยากยิ่งในอีกไม่กี่ปีต่อจากนี้แน่นอน 
        



ปัจจัยที่ 3 เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านจุดขาย และรูปแบบการพัฒนาโครงการ

ในสัญญาเช่าต้องระบุวันเวลาที่ให้เช่าอย่างชัดเจน เพื่อเป็นการกำหนดขอบเขตเวลาในการฟ้องร้อง โดยส่วนมากสัญญาเช่าจะระบุไว้ไม่เกิน 3 ปี
หากเกินกว่านี้ต้องไปจดทะเบียนกับกรมที่ดิน และหากไม่ได้จดทะเบียนแต่มีข้อพิพาทเกิดขึ้นในช่วงหลังจากนั้น ผู้ให้เช่าจะไม่สามารถฟ้องร้องได้ หากครบกำหนดตามสัญญาเช่าแต่ไม่มีการเซ็นสัญญาใหม่ โดยผู้ให้เช่าและผู้เช่าไม่ได้แสดงทีท่าว่าต้องการยกเลิกสัญญา เท่ากับเป็นการต่อสัญญาแบบอัตโนมัติ แต่การเช่าสิ่งใดก็ตาม ไม่สามารถเช่าได้เกิน 30 ปี หากเกินกว่านี้และต้องการเช่าต่อต้องทำสัญญาใหม่            


ปัจจัยที่ 4 ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Developer) มีแนวโน้มที่จะพัฒนาที่ดินใจกลางเมือง
                 เป็นคอนโดมิเนียมมากกว่าบ้านเดี่ยว

ปัจจัยที่เป็นแรงส่งให้บ้านเดี่ยวใจกลางเมืองหายากขึ้นทุกที คือ การที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Developer) มีแนวโน้มจะพัฒนาที่ดินใจกลางเมืองเป็นคอนโดมิเนียมมากกว่าบ้านเดี่ยว เนื่องจาก คอนโดมิเนียมแนว Luxury มีความต้องการในตลาดสูง และเมื่อคำนวณถึงความคุ้มค่าใน
มุมมองของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แล้ว ทำคอนโดมิเนียมจะดูคุ้มค่ามากกว่าบ้านเดี่ยว ด้วยศักยภาพของทำเลใจกลางเมืองที่หาได้ยากราคาที่ดินที่ปรับตัวสูงขึ้นทุกวัน ทำให้ในอีกไม่กี่ปี เราจะไม่เห็นโครงการแนวราบกลาง CBD แบบนี้อีก


ปัจจัยที่ 5 รถไฟฟ้าถูกออกแบบมาให้คู่กับคอนโดมิเนียม

สำหรับคนที่พักอาศัยอยู่คอนโดมิเนียมจะรู้ดีว่าการซื้อคอนโดติดสถานีรถไฟฟ้าจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทางได้เป็นอย่างมาก แต่ก็ต้องแลกกับการที่มีพื้นที่ใช้สอยน้อยลง และความเป็นส่วนตัวน้อยลง ดังนั้น อนาคตเราจะมีโอกาสเห็นโครงการแนวสูงมากกว่าแนวราบอย่างไม่ต้องสงสัย ยิ่งโครงการแนวราบที่มีจำนวนยูนิตน้อยๆ หากขายหมดไปแล้ว จะหาซื้อใหม่เพื่อแลกกับคุณภาพชีวิตที่ดี พื้นที่ใช้สอยมากกว่า แถมยังอยู่ใจกลางเมือง คงหายากน่าดู
       

ปัจจัยที่ 6 นักลงทุนและผู้ซื้อบ้านเพื่ออาศัยแห่จับจองตั้งแต่ก่อนมีรถไฟฟ้าขึ้นมาอีก

ราคาที่ดินจะขึ้นตามความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นของทำเลในแต่ละย่าน หากย่านไหนที่มีข่าวว่าจะมีรถไฟฟ้าเข้ามา ราคาที่ดิน รวมทั้งราคาสินทรัพย์ในย่านนั้นๆ จะปรับตัวสูงขึ้นอย่างแน่นอน และนี่เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่จะทำให้การมองหาบ้านเดี่ยว ทำเลใจกลางเมืองเป็นเรื่องที่ยากขึ้นนั่นเอง


ปัจจัยที่ 7 นายหน้าขายบ้านและที่ดินคืออีกตัวแปรสำคัญ

เพราะนายหน้าที่อยู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้นมองเกมขาด ทำให้นายหน้ามีโอกาสได้ล็อกทำเลที่ดีมากๆ ไว้เป็นช่องทางการขายของตนเอง
ผู้ที่ต้องการมองหาบ้านเดี่ยวทำให้ต้องไปหายากขึ้นไปอีก อีกทั้ง Supply มีไม่เท่ากับ Demand ทำเลดีๆ เกิดซ้ำได้ยาก ทำให้เกิดการแข่งขัน
ของนายหน้าเข้ามาวางแผนไว้ล่วงหน้าถึง 3-4 ปีเลยทีเดียว


ปัจจัยที่ 8 ทำเลในย่าน CBD ที่จะถูกพัฒนาแห่งใหม่หายากขึ้นทุกวัน

ใครที่พักอาศัยอยู่ในย่านใดย่านหนึ่งเป็นเวลายาวนาน และซื้อมาในราคาไม่สูงเท่า ตอนนี้คงตกใจไม่น้อย เพียงพริบตาเดียวเมื่ออยู่ในช่วงเวลา
ของการพัฒนาระยะหลังที่มีสิ่งก่อสร้างและการจับจองอย่างรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน เช่น โซนพหลโยธิน บางซื่อ โซนบางนา เป็นต้น และในอนาคตก็จะใกล้กับรถไฟฟ้าระหว่างเมือง รถไฟความเร็วสูง ทำให้อนาคตของทำเลแถบนี้ดูสดใสเป็นอย่างยิ่ง และแน่นอนที่สุดว่าไม่เกิน 3-5 ปีต่อจากนี้ เราจะมองหาบ้านเดี่ยวทำเลทองคำแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว หรือจะมีน้อยมาก และแพงมากจนคุณต้องกลับมาคิดทบทวนกับตัวเองว่า ทำไมเราไม่จับจองตั้งแต่วันนี้เสียเลย!

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว

BACK 

Credit: Advertorial (Thairath)